ใครจะรู้ ในมุมมองของเด็ก
 
การที่โลกเคลื่อนไปเรื่อยๆ กลไกต่างๆของโลกสมัยโลกาภิวัฒน์ เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ การศึกษา
คนในมุมเเคบๆมุมหนึ่งอาจมองว่ามันเดินไปเองโดยตนเองไม่มีวันต้องเกี่ยวข้องกับมัน มันก็อยู่ของมันได้ ราวกับว่าระบบเหล่านั้นกำลังขับเคลื่อนตัวเองอยู่
ในมุมมองของคนคนนั้น หน้าที่ของเขาเพียงเเค่รอรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนเหล่านั้นเท่านั้น หารู้ไม่ว่าระบบเหล่านั้นไม่ได้ขับเคลื่อนตัวเอง ต้องอาศัยบุคลากร ทรัพยากร เเละความคิด
ไม่ใช่เรื่องเเปลกอะไรหากโลกกว้างขนาดนั้น ต่างคน ต่างโอกาส ต่างสถานะ
ที่น่าเเปลกคือ.
ในหลืบมุมที่เล็กกว่านั้น
คนบางคน พยายามเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนระบบทั้งหมด
คนบางคน นั่งอยู่กับที่เพื่อรอเสพย์ผลลัพธ์นั้น
คนทั้งสองกลุ่มอยู่สถานะเดียวกัน ต่างกันเเค่วิธีการคิด
ยิ่งเวลาผ่านก็ยิ่งรู้ว่าคนเราล้านพ่อพันเเม่มันเเตกต่างกัน
ผมไม่ได้บอกว่าผมเป็นคนกลุ่มไหนนะ
ลอย สืบโลก

edit @ 23 May 2011 13:04:53 by The Panicblurr `

entry 022 judge

posted on 20 Jan 2011 16:30 by thepanicblue
หลังจากกูไม่อัพมานานเเรมปี กูกลับมาอ่านบล้อกตัวเองย้อนหลังดู พบว่านั่นเป็นเเรงบันดาลใจที่ดีในการอัพต่อ
 
เพราะจริงๆเเล้วทุกวันนี้สภาพจิตใจกูไม่ค่อยจะมีความสุขเท่าใดนัก อาจเรียกได้ว่ากูเป็นพวกมีปัญหาทางด้านการจัดการกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ หงุดหงิดกับเรื่องเล็กๆน้อยๆ เเต่หงุดหงิดเพราะเเม่งน่าหงุดหงิดจริงๆ อยากจะไปให้พ้นๆตรงนั้น
 
กูคิดว่าคำว่าอคติเป็นสิ่งที่ไม่มีสามารถควบคุมได้ด้วยลมปาก ถึงมึงจะพูดอย่างไร พยายามจะเถรตรงเเค่ไหน ลึกๆเเล้วก็หนีไม่ค่อยจะพ้น ทุกคนในมาตรฐานของตนเองในการวัดการกระทำของคนอื่น
 
พวกมึงเคยมั้ยที่พยายามมองอย่างเป็นกลางที่สุด เเต่ลึกๆเเล้วมันหลีกอคติที่เราสร้างขึ้นมาเองไม่พ้น
 
จะหาว่ากูลำเอียงก็ได้
กูคิดว่าคนเราบนโลกนี้จะอยู่อย่างไรก็ได้โดยไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เเต่กูคิดไปคิดมาเเล้วในโลกเบี้ยวๆนี้จริงๆเเล้วไม่มีมาตรฐานตายตัวสากลว่าอะไรที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเเละอะไรที่ทำให้คนอื่นรำคาญเเละรังเกียจ มีเเต่มาตรฐานส่วนตัวซึ่งเป้นตัววัด มันเป้นความรู้สึกที่มาจากข้างใน มันซับซ้อนกว่าการเเสดงผลกระทบทางร่างกายที่บ่งชี้ตรงไปตรงมา การกระทำบางอย่างไม่ผิด เเละเเน่นอนมันก็มีคนที่ไม่ชอบอยู่เเม้จะรู้ว่าการกระทำนั้นไม่ผิด  ส่วนตัวของกู มีบางสิ่งที่ทำให้กูรำคาญมาก จริงอยู่ที่ไม่มีใครทำอะไรผิด เเต่เกิดเป็นความรู้สึกที่ไม่ชอบเเละอคติอยู่ในใจลึกๆที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
 
โลกนี้มันเบี้ยว ทุกคนมีมาตรฐานของตัวเอง ทุกคนมีอคติ เเต่สิ่งที่ดีคือการเลือกที่จะเเสดงออก
 
เเต่การรำคาญใครคนใดคนนึงเป็นคนละเรื่องกับการตัดสินว่าคนคนนั้นดีหรือชั่ว
คนที่น่ารำคาญไม่ใช่คนชั่ว เเต่เป็นเเค่คนที่น่ารำคาญ
 
กูคิดว่า ความชั่วความดี มันขึ้นอยู่กับความคิดอ่านมากกว่าการกระทำ มึงไม่สามารถมองเผินๆได้
อย่างที่ฝรั่งวินว่าไว้ everyone has thier own reasons เเต่ถ้าเหตุผลนั้นเบี้ยวเข้าหาตัวเองมากเกินไปจนทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนก็เป้นอีกเรื่องหนึ่ง
 
การที่ทุกคนมีมาตรวัดปัจเจกเป็นของตนเองเป็นเหตุผลของการที่ คนคนหนึ่งจะมีทั้งคนรักเเละคนไม่รัก
 
ที่กูมาพูดกูไม่ได้รู้สึกที่ไม่ดีที่มีคนไม่รักกูอยู่ กูไม่สนหรอกถ้าไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไร โฟกัสอยู่ที่ กูกำลังรำคาญคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด กูไม่ได้เเสดงออกอะไร เเต่มันเกิดเป็นความรู้สึกที่อยากตีตัวออกห่างเสียมากกว่า
 
กูไม่ได้เกลียดคนชั่ว เเต่กูเกลียดคนที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง เเละคนที่เรียกร้องความสนใจ นี่คือมาตรวัดของกู
 
มาตรวัดของพวกมึงล่ะ ?
 

ฟุ้งเฟ้อ

posted on 23 Dec 2010 01:33 by thepanicblue
พรุ่งนี้กุสอบฟิสิกส
 
นี่ก็ดึกมากเเล้ว ทำไมผมยังไม่นอนทั้งๆที่ไม่อ่านหนังสือ
 
สมองมันไหลไปเรื่อยๆจนนอนไม่หลับ
 
 
บ่อยครั้งที่ผมคิดเรื่องที่ผ่านมาในเเต่ละช่วง ทุกครั้งที่มีบางอย่างที่สำคัญกูคิดว่าผมไม่เคยคิดถูกเลย
ผมเอาอารมณ์เเละความเห็นเเก่ตัวเป้นหลักเเล้วหาเหตุผลมาตาม
 
การตัดสินใจของผมไม่เคยเป็นผู้ใหญ่พอ ผมกลัวการตัดสินใจของตัวเองทุกครั้ง ผมคิดว่าผมรับได้ทุกกรณีไม่ว่าผลนั้นจะเป็นอย่างไรผมจะไม่เปลี่ยนใจ
 
คิดจะเด็ดขาดเคารพการตัดสินใจตัวเองซักครั้ง พยายามจะเคารพตัวเอง 
 
 
เเต่สุดท้ายก็ยังเป็นเเบบนี้
 
 
ในใจเธอคงไม่มีผมเเล้วสินะ

edit @ 23 Dec 2010 01:43:47 by The Panicblurr `

กุพยายามหาจุดเปลี่ยนในชีวิต กูอยากใช้ชีวิตในช่วงวัยที่ควรจะมีไฟมากที่สุดอย่างมีไฟ
 
กุพยายามจะก้าวออกจาก 'การนอนมองเพดานเเละหายใจทิ้ง' อย่างทุกปิดเทอมที่กุทำ
 
 
กุไม่รุ้ว่านี่จะเป้นการหาข้อดีให้ชีวิตเนื่องจากการโดนกินเวลาปิดเทอมไปหมดรึเปล่า เเต่กุว่า บางทีถ้ากุปล่อยทุกอย่างตามกุอยาก กุคงไม่ต้องทำอะไรกันเป็นเเน่ เพราะเดิมทีกุคิดว่า การนอนมองเพดานเเล้วหายใจทิ้ง เป็นอะไรที่เข้าท่ามากกว่าการต้องมาทำอะไรเหนื่อยๆ
 
นี่อาจเป็นสาเหตุที่กุไม่เคยทำอะไรเป้นชิ้นเป็นอันเลย เรียกได้ว่ากูเป็นคนไร้คุณภาพอย่างเเท้จริง เพราะกุมีปัญหาเกี่ยวกับการสร้างเเรงบันดาลใจ บางคนอาจจะมีเเรงฮึดได้ด้วยกับเเรงบันดาลใจระยะยาวซึ่งนั่นเป็นเรื่องดี
 
เเต่เรื่องที่เเย่คือกุไม่ กุจะใช่ชีวิตอย่างคุ้มค่าก้ต่อเมื่อกุมีเเรงบันดาลใจระยะสั้น เรียกได้ว่าต้องมีเเรงบันดาลใจวันต่อวันเลยทีเดียว เหตุเพราะกุขี้เกียจ กูไม่รู้จะเเก้ยังไง กุอยากจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในเเต่ละวัน กุไม่อยากจะเสียใจที่หลังในวันที่กุเเก่จนต้องใช้ไม้เท้า ไม่อยากจะต้องมาคิดตอนนั้นว่า กูทำไรอยู่ตอนที่กุเดินเหินสะดวก
 
ที่กูต้องการคือ กุอยากจะทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันซักครั้ง อยากจะเต็มที่กับชีวิตซักเรื่อง อยากจะโม้กับคนอื่นได้ว่า นี่เเหละ กูเกิดมาเพื่อสิ่งนี้
 
 
เเต่ทุกครั้งที่กุคิดได้ กูก้จะได้เเต่คิด
 
อย่างว่า กุได้ยินประโยคหนึ่งจากสถานะเฟสบุ้คว่า คนไร้คุณภาพคือคนที่คิดเป้นทุกอย่าง เเต่ทำไม่เคยได้
 
 
กูรู้สึกว่า ใช่เลย ชีวิตกูมันเหลวเป๋วเยี่ยงนี้ได้อย่างไรวะ กุอยากจะลบคำสบประมาทตัวเองว่า กูเองก็ทำได้ถ้ากุพยายาม
 
 
 
เเต่กุไม่เคยพยายามกับอะไรได้นานๆๆเลย สุดท้ายเมื่อกุบ่นกุก้ต้องมานอนมองเพดาน เเล้วเวลาก็หยุดลง
 
 
 
 
 
 
 
  
 
จาก คนไร้สปิริตที่คิดหาจุดยืน
 
 
 
 
 
 

edit @ 23 May 2011 02:45:32 by The Panicblurr `

กุไม่รุ้จะเริ่มการอัพบล้อกอย่างไรดี ช่วงเวลาระหว่างการอัพครั้งที่เเล้วกับครั้งนี้มันเป็นช่วงที่เกิดห่าเหวอะไรขึ้นเยอะมาก เอาเป็นว่า

กุจะเริ่มการอัพบล้อกหลังจากที่ไม่ได้อัพมานานด้วยกันเขียนระบายความซวยซ้ำซ้อนลงไปเเล้วกัน กุระบายมันออกไปบ้างบางทีอาจจะทำให้เดือนนี้เป็นเดือนที่ดีขึ้น

เมื่อสี่ซ้าห้าวันที่เเล้วกุไปห้องซ้อมดนตรีมา กุขอข้ามไปถึงตอนจะกลับมอเลยเเล้วกัน

เนื่องจากกระจกข้างมอไซกุบิดไม่ได้องศาทำไห้ไม่เห็นรถข้างหลัง ตอนกุจะค่อยๆเบียดออกเลน เเล้วมีมอไซอีกคันเบียดมาพอดี กุเห็นเช่นนั้นจึงชลอจนเกือบหยุด เเต่น้องเค้าหยุดไม่ทันทำให้เเฮนด์มอไซเค้ามาเกี่ยวกับเเฮนด์มอไซกูเเล้วล้มลงกลางถนน ทั้งกูเเละเค้าเเต่กุไม่เป็นอะไรเลย ทั้งๆที่ซ้อนสามมา ขณะที่เค้าล้มลงเเรงพอสมควร เอาหัวลงพื้น เเละกระจกข้างเเตกกระจุย กุรีบไปพยุงน้องเค้าซึ่งกำลังร้องให้กระจองอเเงพลางกุมหัวอยู่ขึ้นมาเเล้วยัดขึ้นรถเพื่อนทันที ตอนนั้นขวัญกูหนีหมดเเล้ว เกิดมายังไม่เคยเจอกับตัวเองเลยไอ้เหี้ย ขอบคุณพระเจ้าจริงๆที่รถข้างหลังไม่มาเหยียบใครซ้ำ

โอเค กุขอข้ามฉากไปโรงพยาบาลรอเอ็กซเรย์หัวอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมผลที่ออกมาบอกว่าต้องเเอดมิดดูอาการหนึ่งวันทำให้กุหวาดวิตกเหี้ยเหี้ย ไม่เป็นอันอ่านหนังสือสอบเลย ที่ช้อกยิ่งกว่าคือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่กุต้องรับผิดชอบ คือ สองพันเเปดร้อยห้าสิบบาท !!!!! (ประเด็นคือกุไม่กล้าบอกพ่อว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น กูไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง)กระนั้นเเล้วกุจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนกดเงินค่าขนมที่พ่อให้ไว้มาจ่าย 

กุกดตังมาเเล้วนะ สองพัน คิดว่าไม่มากกว่านั้น พอเค้าบอกว่าสองพันเเปด กุก้โอเค เด่วไปกด พอควักกระเป๋าเงินขึ้นมา ไอเย็ดเด้ เอทีเอ็มหาย ลืมคาตู้ไว้ ถ้ากุไม่เห็นว่าโจทก์อยู่ตรงหน้ากุคงอุทานว่าไอเเม่ย้อยไปเเล้ว

นอกจากนั้นกุไม่รุ้ว่าบัตรเอทีเอ้มนักศึกษามันยังถูกอายัดอยู่ ตังที่่พ่อกุโอนมาใหม่เลยกดออกมาไม่ได้ ทุกวันนี้กุจึงอยุ่ด้วยเศษเหรียญตามพื้นห้องเเละหนี้สินที่กองพะเนินท่วมศีรษะ

เหตุการณ์หลังจากนั้นทำให้กุต้องเเดกมาม่าไปอีกหลายวันด้วยความไม่มีตัง

 

การสอบมหาลัยนี่เป็นอะไรที่เครียดมากก เนื่องจากลอกไม่ได้ ซึ่งกุไม่ชินอย่างมาก เเต่เดิมเเล้วสอบเลขเเค่เป็นปรนัยเเถมลอกได้กุยังเครียดเลย เเต่รอบนี้มาเเบบต้องใช้ skill and knowledge ล้วนๆ  ทำให้กุต้องใช้ความขยันมากกว่าเดิมกว่าตอนเอนท์เข้ามาอีก นี่ขนาดว่าเป้นเรื่องของมอปลายเกือบจะล้วนๆเเล้วนะ 

ทำให้กุเกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า กุจะเรียนจบมั้ย ?

 

เอาล่ะ พรุ่งนี้เป็นเฟรชชี่ไนท์ที่กุต้องขึ้นเวทีร้องเพลงเนื่องจากโดนยัดเยียด เเละกุไม่กล้าปฏิเสธเพราะเห้นเป็นงานชั้นปี ถ้าเรื่องมากกูต้องโดนด่าเเน่ๆ กุจึงจำต้องขึ้นไป เเต่กุกลัวเสียงกุหอนมากเลยว่ะเเม่งคงอายสุดๆ 5555

 

ครั้งนี้รุ้สึกทุกอย่างมันเเออัดมาก กุอาจจะพิมไม่รุ้เรื่องไปสักหน่อย เเต่ก้ช่างเเม่งนะครับ

 

ไปก่อนบายสวัสดี

entry020 ชีวิตโดยรวมเเล้ว

posted on 19 Jul 2010 09:59 by thepanicblue

สวัสดี

ช่วงนี้กุรุ้สึกหลุดจากช่วงมรสุมชีวิตโดยสิ้นเชิง ถ้าไม่นับการสอบมิดเทอมครั้งเเรกของการเรียนมหาวิทยาลัย กุคงไม่ต้องอารัมภบทว่า previously on gloomy's life. หรอกนะ 

จริงๆในโลกเเห่งอินเตอร์เน็ตนี่เป็นโลกที่่ต่างกับตัวกุข้างนอกจอมาก กุไม่ได้เสเเสร้งเเกล้งทำเวลาอยู่นอกจอนะ เเต่กุเชื่อว่า ทุกคนมีมุมส่วนตัวที่รุ้สึกอยากจะจัดระเบียบความคิดในหัวตัวเองบ้าง 

เเต่กุเชื่อว่าไม่นานการที่กุคิดว่ากุหลุดจากมรสุมงี่เง่านี่จะเป็นความคิดที่ผิดมหันต์อย่างไม่น่าให้อภัย เอาจริงๆกุก็เริ่มเห็นเค้าความซับซ้อนซ่อนเงื่อนในการเอาตัวรอดที่ต้องทำมากกว่ามัธยม (มัธยมกุไม่ทำอะไรเลย ตายเอาดาบหน้าตลอด) เเต่เอาเหอะ สุดท้ายกุก้ต้องผ่านมันไปได้

เคยเล่นเฮอริเคนกันมั้ย มันเป็นเครื่องเล่นที่กุชอบจินตนาการว่า ถ้าเกิดเเกนหมุนมันรับเเรงเหวี่ยงได้ไม่พอเเล้วหลุดออกไปด้วยความเร็วตามเเนวเส้นสัมผัสเเนวการเคลื่อนที่ หรือว่าถ้าเกิดห้อยหัวอยุ่ดีๆเเล้ว ตัวเซฟตี้ล้อกมันเสียหล่นตูมเเล้วคนตกลงมาหัวฟาดพื้นตาย เวลาเล่นครั้งเเรกนี่จะตื่นเต้นท้าทายมาก พอเล่นเสร็จเเล้วเอาชีวิตรอดกลับมาได้ก้อยากจะรีบไปโม้ให้พ่อให้เเม่ฟัง ว่า ไม่อยากจะโม้ กูผ่านมาเเล้ว 

(เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึั้นตอนกู ม1) 

 นี่เเม่งก็กรณีเดียวกัน การคิดถึงกรณีที่เเย่ที่สุดที่เป็นไปได้ทำให้มึงกลัว เปรียบได้กับการที่กุเรียนไม่จบ

เเต่ถ้ามึงผ่านจุดนั้นมาได้ มึงคงจะรุ้สึกภูมิใจกันมาก ที่มึงผ่านเวลา 6 ปีในการเรียนมาได้

 

จริงๆเเล้วกุต้องรีบอัพให้เสดก่อนสิบโมงสี่สิบห้า ด้วยกุต้องรีบไปสอบ รุ้สึกพักนี้ความรุ้สึกที่กุอยากทำอะไรนอกกรอบมันน้อยลงเรื่อยๆ ในมหาลัยกุอยุ่กะเพื่อนที่เกรียนที่สุดเท่าที่ในคณะเภสัชจะหาได้ เเต่เเม่งเกรียนไม่เท่าพวกเพื่อนมัธยม เเต่ก็อย่างว่าเเหละ มัธยมมันเป็นเรื่องสมัยเด็ก กรณีนี้อาจจะเป็นเรื่องของการโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่า เเต่ประเด็นคือกุไม่โตไง ที่นี่ไม่มีเเม้เเต่คนให้กุนั่งดูดบุหรี่เล่นด้วยเหมือนมัธยม


จริงๆกุเปนคนที่อยู่ยังไงก็ได้นะ ให้อยุ่กลางสวนนั่งไกลเปลไปพลางกินมะกอกมะไฟไปพลางก้ได้ เเต่กุอยากลอง drinking wine and thinking bliss ห้องมืดๆที่มีเทียนอยู่หนึ่งเล่มดูบ้าง จริงๆกุว่ากุไม่ได้เป็นพวกติดความโอ่อ่าหรูหรานะ กุเป็นพวกที่เสพติดความเเปลกใหม่มากกว่า

 

 

 

จากข้างต้น จริงๆจะพูดว่าตอนนี้กุไม่มีปันหาใดๆเลยในชีวิตก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว

 

จริงๆกุประสบกับปัญหาหนึ่งอยู่

เป็นปัญหาที่กุไม่มีประสบการณ์จะเเก้

 

..

 

บายสวัสดี

(เขียนไรวะ สะเปะสะปะชิบหาย)

ชีวิตกูตลอดเวลากูจะปล่อยทุกอย่างผ่านตัวไป คิดเอาเองว่า ถ้ามีอะไรที่กุควรจะเก็บเป็นประสบการณ์มันจะซึมซับเข้ามาเองโดยที่กูไม่ต้องพยายามไล่จับมัน เเต่เมื่อชีวิตมันมีอะไรมากกว่าตอนอนุบาลเเละประถม กุคงจะรอไม่ได้เพราะบทเรียนบางอย่างถ้ารอที่จะประสบเอง อาจจะต้องเสียบางอย่างไปอย่างไม่มีวันได้กลับมาอีก

เมื่อไหร่กุจะเลิกปล่อยทุกอย่างให้ลู่ผ่านร่างไปเสียที จะมีซักครั้งมั้ยที่กุจะสามารถเปลี่ยนตัวเองได้โดยไม่ต้องมีสิ่งกระตุ้น กุมีความคิดจะ make a change ตั้งเเต่ต้นเทอม ถามว่ากูทำได้มั้ย 5555 คำตอบคือ ไม่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เป้นการยากมากที่กุจะเปลี่ยนไลฟ์สตายล์โดยที่ไม่มีสิ่งกระตุ้น

กุยังคงผัดวันในทุกเรื่องในชีวิต ขยะเดี๋ยวค่อยเอาไปทิ้งก็ได้ น้ำจิ้มใก่ในเเก้วกาเเฟเดี๋ยวก้ล้างก็ได้ (หรือว่า เดี๋ยวค่อยล้างจานมาม่าที่กุเพิ่งเเดกเสดไป เเล้วทิ้งไว้สองวัน กลับมาหอเเล้วเเม่งเหม็นราไปสี่ซ้าห้าวัน) อีกหน่อยกุคงขี้เกียจจะดึงปลั๊กเครืองทำน้ำร้อนออกจนไฟใหม้หอ หรืออะไรเทือกนี้เป็นต้น

คนเราเเม่งเป็นอย่างงี้กันทุกคนปะวะ ที่พอไม่มีปัญหาใหญ่ให้เครียด ก็นั่งคิดเรื่องงี่เง่าพวกนี้เรื่อยเปื่อยเป็นการบริหารเซลล์สมอง

มันเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวที่กุมะต้องมานั่งบ่นด้วยซ้ำ เเค่กูลงมือทำ เเค่กุล้างน้ำจิ้มไก่ในเเก้วกาเเฟออก เเค่กุเอาขยะไปทิ้ง เเค่กุล้างจานหลังเเดกข้าวเสร้จ

 

กูพิมพ์ถึงบรรทัดนี้ กุเริ่มตลกเเกมสมเพศกับความงี่เง่าของกู เเค่เรื่องที่ทำง่ายกว่าการมานั่งพิมพ์ข้อความพวกนี้ด้วยซ้ำ เเต่กูไม่ทำ 55 กูปล่อยตัวเองจนความซกมกพวกนี้เกาะติดกูเเบบเเกะไม่ออกซะเเล้ว การที่คนคนนึงมาบ่นเรื่องนี้ได้มันเป็นพวกไม่ได้เรื่องชัดๆ

 

เเต่ช่างเหอะ โดยสันดานของกูเเล้ว การที่กูเอาเรื่องงี่เง่าพวกนี้มาบ่นได้มองในเเง่ดีคือ ปัญหาต่างๆที่หนักหนากว่านี้ได้ลอยผ่านไปเเล้ว กูมีโชคช่วยในเเทบทุกก้าวเล็กๆในชีวิตที่ผ่านมา ถือเป้นเรื่องดี เเละจะขอบคุณมากถ้าโชคจะช่วยกุในทุกๆก้าวในชีวิต ถ้าโชคจะทำให้กุเรียนจบใน6ปีโดยที่กุอ่านเเต่การ์ตูน เล่นเเต่เกมส์ เอาเเต่โดดไปนอน

เเต่ถ้าชีวิตกุโรยด้วยกลีบกุหลาบเยี่ยงนั้นกุจะเกิดมาทำไม กุจะเกิดมาทำไม ถ้าชีวิตมีเเค่จุดเริ่มต้น จุดจบ เเต่ระหว่างทางกลับเป็นทางว่างเปล่าหรืออาจจะมีกลีบกุหลาบงี่เง่าที่ไม่มีประโยชน์อะไรโปรยอยู่

จะสนุกอะไรถ้ามึงเล่นเกมที่กะพริบตาที่เดียวก็เคลียร์ได้เเล้ว

สีสันของชีวิตมันขึ้นอยู่กับระหว่างทาง

entry018 กูยังเป้นเด็ก

posted on 15 Jun 2010 19:04 by thepanicblue

เมื่อกูไม่รู้จะไปไหน เมื่อกูติดอยู่เเต่ในห้องหอนี้

ทำไมความคิดกูยังเป็นเด็กอยู่อย่างงี้วะ

 

.เเล้วกูจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ยังไง ?.

 

กุยังต้องการเพื่อนเกรียนๆ กุยังเรียกร้องอะไรเหมือนเด็กๆ กุคิดอะไรเด็กๆ

 

กูยังเป้นเด็ก  กูยังเป็นเด็ก

entry017 เบื่อ กับ เหงา ?

posted on 13 Jun 2010 21:59 by thepanicblue

เมื่อไหร่ทุกอย่างจะเข้าที่วะ ?

เคยเป็นกันใช่มั้ยวะ...คนเเม่งอยุ่รอบๆเต็มไปหมด เเต่เหมือนอยู่คนเดียว

กูยังเห็นทุกคนเป็นคนเเปลกหน้าอยู่ว่ะ พูดตามตรง..

(กูไม่ได้ต่อว่าใครนะ กุกำลังพูดถึงตัวกูเอง)

 

 

 

จากวันนึงกูมองตัวเองเป็นปกติที่สุดในโลก เเทบจะยกตัวเองเป้นศุนย์กลางจักรวาล

เเต่มาวันนี้ กูเริ่มจะมองตัวเองเหยียด .เห้ย ไอนี่เเม่งไม่ค่อยปกติ. กุรุ้สึกนับวันกุไม่มีคอนเสปอะไรในหัวเลย ตัวอักษรในหัวกูทั้งหมดวิ่งไล่เอาดาบฟันกันเเบบยุ่งเหยิงเเละดิสออเดอร์มาก เเทบจะไม่ได้ข้อสรุปใดๆเลย ความคิดกุไม่ตกตะกอนเลย เกิดอะไรขึ้นวะ

กุอยุ่หอนี่มันควรจะว่างจนสมองเเล่นเร็วจี๊ด เเต่ก็เปล่า สมองกุว่างนั่งมองเพดานทั้งวันเหมือนคนประสาท

รุ้สึกเหมือนประสาทช้ากว่าคนรอบตัว กุจะไม่ตื่นตระหนกกะเหตุการณ์ใดๆเลยจนกว่ามันจะเจียนตัวจริงๆ
กุกลัวการกระทำอย่างงี้มันจะก่อให้เกิดโทษมหันต์ในชีวิตความเป็นผู้ใหญ่ของกูที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกะชีวิตประถมมัธยมมากนัก

 

 

 

 

 

edit @ 23 May 2011 02:42:10 by The Panicblurr `

บ่น

posted on 08 Jun 2010 22:52 by thepanicblue

ไอเหี้ยเมื่อไหร่กุจะมีมอไซใช้วะวินมอไซเเม่งผลาญตังกุหยั่งกะเบี้ยไอสาด

กุอัพทำไมบายสวัสดี