การเคลื่อนที่ของฟันเฟือง
posted on 23 May 2011 01:42 by thepanicblueedit @ 23 May 2011 13:04:53 by The Panicblurr `
edit @ 23 May 2011 13:04:53 by The Panicblurr `
edit @ 23 Dec 2010 01:43:47 by The Panicblurr `
edit @ 23 May 2011 02:45:32 by The Panicblurr `
กุไม่รุ้จะเริ่มการอัพบล้อกอย่างไรดี ช่วงเวลาระหว่างการอัพครั้งที่เเล้วกับครั้งนี้มันเป็นช่วงที่เกิดห่าเหวอะไรขึ้นเยอะมาก เอาเป็นว่า
กุจะเริ่มการอัพบล้อกหลังจากที่ไม่ได้อัพมานานด้วยกันเขียนระบายความซวยซ้ำซ้อนลงไปเเล้วกัน กุระบายมันออกไปบ้างบางทีอาจจะทำให้เดือนนี้เป็นเดือนที่ดีขึ้น
เมื่อสี่ซ้าห้าวันที่เเล้วกุไปห้องซ้อมดนตรีมา กุขอข้ามไปถึงตอนจะกลับมอเลยเเล้วกัน
เนื่องจากกระจกข้างมอไซกุบิดไม่ได้องศาทำไห้ไม่เห็นรถข้างหลัง ตอนกุจะค่อยๆเบียดออกเลน เเล้วมีมอไซอีกคันเบียดมาพอดี กุเห็นเช่นนั้นจึงชลอจนเกือบหยุด เเต่น้องเค้าหยุดไม่ทันทำให้เเฮนด์มอไซเค้ามาเกี่ยวกับเเฮนด์มอไซกูเเล้วล้มลงกลางถนน ทั้งกูเเละเค้าเเต่กุไม่เป็นอะไรเลย ทั้งๆที่ซ้อนสามมา ขณะที่เค้าล้มลงเเรงพอสมควร เอาหัวลงพื้น เเละกระจกข้างเเตกกระจุย กุรีบไปพยุงน้องเค้าซึ่งกำลังร้องให้กระจองอเเงพลางกุมหัวอยู่ขึ้นมาเเล้วยัดขึ้นรถเพื่อนทันที ตอนนั้นขวัญกูหนีหมดเเล้ว เกิดมายังไม่เคยเจอกับตัวเองเลยไอ้เหี้ย ขอบคุณพระเจ้าจริงๆที่รถข้างหลังไม่มาเหยียบใครซ้ำ
โอเค กุขอข้ามฉากไปโรงพยาบาลรอเอ็กซเรย์หัวอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมผลที่ออกมาบอกว่าต้องเเอดมิดดูอาการหนึ่งวันทำให้กุหวาดวิตกเหี้ยเหี้ย ไม่เป็นอันอ่านหนังสือสอบเลย ที่ช้อกยิ่งกว่าคือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่กุต้องรับผิดชอบ คือ สองพันเเปดร้อยห้าสิบบาท !!!!! (ประเด็นคือกุไม่กล้าบอกพ่อว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น กูไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง)กระนั้นเเล้วกุจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนกดเงินค่าขนมที่พ่อให้ไว้มาจ่าย
กุกดตังมาเเล้วนะ สองพัน คิดว่าไม่มากกว่านั้น พอเค้าบอกว่าสองพันเเปด กุก้โอเค เด่วไปกด พอควักกระเป๋าเงินขึ้นมา ไอเย็ดเด้ เอทีเอ็มหาย ลืมคาตู้ไว้ ถ้ากุไม่เห็นว่าโจทก์อยู่ตรงหน้ากุคงอุทานว่าไอเเม่ย้อยไปเเล้ว
นอกจากนั้นกุไม่รุ้ว่าบัตรเอทีเอ้มนักศึกษามันยังถูกอายัดอยู่ ตังที่่พ่อกุโอนมาใหม่เลยกดออกมาไม่ได้ ทุกวันนี้กุจึงอยุ่ด้วยเศษเหรียญตามพื้นห้องเเละหนี้สินที่กองพะเนินท่วมศีรษะ
เหตุการณ์หลังจากนั้นทำให้กุต้องเเดกมาม่าไปอีกหลายวันด้วยความไม่มีตัง
การสอบมหาลัยนี่เป็นอะไรที่เครียดมากก เนื่องจากลอกไม่ได้ ซึ่งกุไม่ชินอย่างมาก เเต่เดิมเเล้วสอบเลขเเค่เป็นปรนัยเเถมลอกได้กุยังเครียดเลย เเต่รอบนี้มาเเบบต้องใช้ skill and knowledge ล้วนๆ ทำให้กุต้องใช้ความขยันมากกว่าเดิมกว่าตอนเอนท์เข้ามาอีก นี่ขนาดว่าเป้นเรื่องของมอปลายเกือบจะล้วนๆเเล้วนะ
ทำให้กุเกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า กุจะเรียนจบมั้ย ?
เอาล่ะ พรุ่งนี้เป็นเฟรชชี่ไนท์ที่กุต้องขึ้นเวทีร้องเพลงเนื่องจากโดนยัดเยียด เเละกุไม่กล้าปฏิเสธเพราะเห้นเป็นงานชั้นปี ถ้าเรื่องมากกูต้องโดนด่าเเน่ๆ กุจึงจำต้องขึ้นไป เเต่กุกลัวเสียงกุหอนมากเลยว่ะเเม่งคงอายสุดๆ 5555
ครั้งนี้รุ้สึกทุกอย่างมันเเออัดมาก กุอาจจะพิมไม่รุ้เรื่องไปสักหน่อย เเต่ก้ช่างเเม่งนะครับ
ไปก่อนบายสวัสดี
สวัสดี
ช่วงนี้กุรุ้สึกหลุดจากช่วงมรสุมชีวิตโดยสิ้นเชิง ถ้าไม่นับการสอบมิดเทอมครั้งเเรกของการเรียนมหาวิทยาลัย กุคงไม่ต้องอารัมภบทว่า previously on gloomy's life. หรอกนะ
จริงๆในโลกเเห่งอินเตอร์เน็ตนี่เป็นโลกที่่ต่างกับตัวกุข้างนอกจอมาก กุไม่ได้เสเเสร้งเเกล้งทำเวลาอยู่นอกจอนะ เเต่กุเชื่อว่า ทุกคนมีมุมส่วนตัวที่รุ้สึกอยากจะจัดระเบียบความคิดในหัวตัวเองบ้าง
เเต่กุเชื่อว่าไม่นานการที่กุคิดว่ากุหลุดจากมรสุมงี่เง่านี่จะเป็นความคิดที่ผิดมหันต์อย่างไม่น่าให้อภัย เอาจริงๆกุก็เริ่มเห็นเค้าความซับซ้อนซ่อนเงื่อนในการเอาตัวรอดที่ต้องทำมากกว่ามัธยม (มัธยมกุไม่ทำอะไรเลย ตายเอาดาบหน้าตลอด) เเต่เอาเหอะ สุดท้ายกุก้ต้องผ่านมันไปได้
เคยเล่นเฮอริเคนกันมั้ย มันเป็นเครื่องเล่นที่กุชอบจินตนาการว่า ถ้าเกิดเเกนหมุนมันรับเเรงเหวี่ยงได้ไม่พอเเล้วหลุดออกไปด้วยความเร็วตามเเนวเส้นสัมผัสเเนวการเคลื่อนที่ หรือว่าถ้าเกิดห้อยหัวอยุ่ดีๆเเล้ว ตัวเซฟตี้ล้อกมันเสียหล่นตูมเเล้วคนตกลงมาหัวฟาดพื้นตาย เวลาเล่นครั้งเเรกนี่จะตื่นเต้นท้าทายมาก พอเล่นเสร็จเเล้วเอาชีวิตรอดกลับมาได้ก้อยากจะรีบไปโม้ให้พ่อให้เเม่ฟัง ว่า ไม่อยากจะโม้ กูผ่านมาเเล้ว
(เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึั้นตอนกู ม1)
นี่เเม่งก็กรณีเดียวกัน การคิดถึงกรณีที่เเย่ที่สุดที่เป็นไปได้ทำให้มึงกลัว เปรียบได้กับการที่กุเรียนไม่จบ
เเต่ถ้ามึงผ่านจุดนั้นมาได้ มึงคงจะรุ้สึกภูมิใจกันมาก ที่มึงผ่านเวลา 6 ปีในการเรียนมาได้
จริงๆเเล้วกุต้องรีบอัพให้เสดก่อนสิบโมงสี่สิบห้า ด้วยกุต้องรีบไปสอบ รุ้สึกพักนี้ความรุ้สึกที่กุอยากทำอะไรนอกกรอบมันน้อยลงเรื่อยๆ ในมหาลัยกุอยุ่กะเพื่อนที่เกรียนที่สุดเท่าที่ในคณะเภสัชจะหาได้ เเต่เเม่งเกรียนไม่เท่าพวกเพื่อนมัธยม เเต่ก็อย่างว่าเเหละ มัธยมมันเป็นเรื่องสมัยเด็ก กรณีนี้อาจจะเป็นเรื่องของการโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่า เเต่ประเด็นคือกุไม่โตไง ที่นี่ไม่มีเเม้เเต่คนให้กุนั่งดูดบุหรี่เล่นด้วยเหมือนมัธยม
จริงๆกุเปนคนที่อยู่ยังไงก็ได้นะ ให้อยุ่กลางสวนนั่งไกลเปลไปพลางกินมะกอกมะไฟไปพลางก้ได้ เเต่กุอยากลอง drinking wine and thinking bliss ห้องมืดๆที่มีเทียนอยู่หนึ่งเล่มดูบ้าง จริงๆกุว่ากุไม่ได้เป็นพวกติดความโอ่อ่าหรูหรานะ กุเป็นพวกที่เสพติดความเเปลกใหม่มากกว่า
จากข้างต้น จริงๆจะพูดว่าตอนนี้กุไม่มีปันหาใดๆเลยในชีวิตก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว
จริงๆกุประสบกับปัญหาหนึ่งอยู่
เป็นปัญหาที่กุไม่มีประสบการณ์จะเเก้
..
บายสวัสดี
(เขียนไรวะ สะเปะสะปะชิบหาย)
ชีวิตกูตลอดเวลากูจะปล่อยทุกอย่างผ่านตัวไป คิดเอาเองว่า ถ้ามีอะไรที่กุควรจะเก็บเป็นประสบการณ์มันจะซึมซับเข้ามาเองโดยที่กูไม่ต้องพยายามไล่จับมัน เเต่เมื่อชีวิตมันมีอะไรมากกว่าตอนอนุบาลเเละประถม กุคงจะรอไม่ได้เพราะบทเรียนบางอย่างถ้ารอที่จะประสบเอง อาจจะต้องเสียบางอย่างไปอย่างไม่มีวันได้กลับมาอีก
เมื่อไหร่กุจะเลิกปล่อยทุกอย่างให้ลู่ผ่านร่างไปเสียที จะมีซักครั้งมั้ยที่กุจะสามารถเปลี่ยนตัวเองได้โดยไม่ต้องมีสิ่งกระตุ้น กุมีความคิดจะ make a change ตั้งเเต่ต้นเทอม ถามว่ากูทำได้มั้ย 5555 คำตอบคือ ไม่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เป้นการยากมากที่กุจะเปลี่ยนไลฟ์สตายล์โดยที่ไม่มีสิ่งกระตุ้น
กุยังคงผัดวันในทุกเรื่องในชีวิต ขยะเดี๋ยวค่อยเอาไปทิ้งก็ได้ น้ำจิ้มใก่ในเเก้วกาเเฟเดี๋ยวก้ล้างก็ได้ (หรือว่า เดี๋ยวค่อยล้างจานมาม่าที่กุเพิ่งเเดกเสดไป เเล้วทิ้งไว้สองวัน กลับมาหอเเล้วเเม่งเหม็นราไปสี่ซ้าห้าวัน) อีกหน่อยกุคงขี้เกียจจะดึงปลั๊กเครืองทำน้ำร้อนออกจนไฟใหม้หอ หรืออะไรเทือกนี้เป็นต้น
คนเราเเม่งเป็นอย่างงี้กันทุกคนปะวะ ที่พอไม่มีปัญหาใหญ่ให้เครียด ก็นั่งคิดเรื่องงี่เง่าพวกนี้เรื่อยเปื่อยเป็นการบริหารเซลล์สมอง
มันเป็นเรื่องเล็กนิดเดียวที่กุมะต้องมานั่งบ่นด้วยซ้ำ เเค่กูลงมือทำ เเค่กุล้างน้ำจิ้มไก่ในเเก้วกาเเฟออก เเค่กุเอาขยะไปทิ้ง เเค่กุล้างจานหลังเเดกข้าวเสร้จ
กูพิมพ์ถึงบรรทัดนี้ กุเริ่มตลกเเกมสมเพศกับความงี่เง่าของกู เเค่เรื่องที่ทำง่ายกว่าการมานั่งพิมพ์ข้อความพวกนี้ด้วยซ้ำ เเต่กูไม่ทำ 55 กูปล่อยตัวเองจนความซกมกพวกนี้เกาะติดกูเเบบเเกะไม่ออกซะเเล้ว การที่คนคนนึงมาบ่นเรื่องนี้ได้มันเป็นพวกไม่ได้เรื่องชัดๆ
เเต่ช่างเหอะ โดยสันดานของกูเเล้ว การที่กูเอาเรื่องงี่เง่าพวกนี้มาบ่นได้มองในเเง่ดีคือ ปัญหาต่างๆที่หนักหนากว่านี้ได้ลอยผ่านไปเเล้ว กูมีโชคช่วยในเเทบทุกก้าวเล็กๆในชีวิตที่ผ่านมา ถือเป้นเรื่องดี เเละจะขอบคุณมากถ้าโชคจะช่วยกุในทุกๆก้าวในชีวิต ถ้าโชคจะทำให้กุเรียนจบใน6ปีโดยที่กุอ่านเเต่การ์ตูน เล่นเเต่เกมส์ เอาเเต่โดดไปนอน
เเต่ถ้าชีวิตกุโรยด้วยกลีบกุหลาบเยี่ยงนั้นกุจะเกิดมาทำไม กุจะเกิดมาทำไม ถ้าชีวิตมีเเค่จุดเริ่มต้น จุดจบ เเต่ระหว่างทางกลับเป็นทางว่างเปล่าหรืออาจจะมีกลีบกุหลาบงี่เง่าที่ไม่มีประโยชน์อะไรโปรยอยู่
จะสนุกอะไรถ้ามึงเล่นเกมที่กะพริบตาที่เดียวก็เคลียร์ได้เเล้ว
สีสันของชีวิตมันขึ้นอยู่กับระหว่างทาง
เมื่อกูไม่รู้จะไปไหน เมื่อกูติดอยู่เเต่ในห้องหอนี้
ทำไมความคิดกูยังเป็นเด็กอยู่อย่างงี้วะ
.เเล้วกูจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ยังไง ?.
กุยังต้องการเพื่อนเกรียนๆ กุยังเรียกร้องอะไรเหมือนเด็กๆ กุคิดอะไรเด็กๆ
กูยังเป้นเด็ก กูยังเป็นเด็ก
เมื่อไหร่ทุกอย่างจะเข้าที่วะ ?
เคยเป็นกันใช่มั้ยวะ...คนเเม่งอยุ่รอบๆเต็มไปหมด เเต่เหมือนอยู่คนเดียว
กูยังเห็นทุกคนเป็นคนเเปลกหน้าอยู่ว่ะ พูดตามตรง..
(กูไม่ได้ต่อว่าใครนะ กุกำลังพูดถึงตัวกูเอง)
จากวันนึงกูมองตัวเองเป็นปกติที่สุดในโลก เเทบจะยกตัวเองเป้นศุนย์กลางจักรวาล
เเต่มาวันนี้ กูเริ่มจะมองตัวเองเหยียด .เห้ย ไอนี่เเม่งไม่ค่อยปกติ. กุรุ้สึกนับวันกุไม่มีคอนเสปอะไรในหัวเลย ตัวอักษรในหัวกูทั้งหมดวิ่งไล่เอาดาบฟันกันเเบบยุ่งเหยิงเเละดิสออเดอร์มาก เเทบจะไม่ได้ข้อสรุปใดๆเลย ความคิดกุไม่ตกตะกอนเลย เกิดอะไรขึ้นวะ
กุอยุ่หอนี่มันควรจะว่างจนสมองเเล่นเร็วจี๊ด เเต่ก็เปล่า สมองกุว่างนั่งมองเพดานทั้งวันเหมือนคนประสาท
รุ้สึกเหมือนประสาทช้ากว่าคนรอบตัว กุจะไม่ตื่นตระหนกกะเหตุการณ์ใดๆเลยจนกว่ามันจะเจียนตัวจริงๆ
กุกลัวการกระทำอย่างงี้มันจะก่อให้เกิดโทษมหันต์ในชีวิตความเป็นผู้ใหญ่ของกูที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกะชีวิตประถมมัธยมมากนัก
edit @ 23 May 2011 02:42:10 by The Panicblurr `
ไอเหี้ยเมื่อไหร่กุจะมีมอไซใช้วะวินมอไซเเม่งผลาญตังกุหยั่งกะเบี้ยไอสาด
กุอัพทำไมบายสวัสดี