entry011 เรื่องปกติ
posted on 27 May 2010 00:49 by thepanicblueรู้สึกกันมั้ยวะ ว่าชีวิตนี้ยิ่งมีปฏิสัมพันธ์หรือดำเนินไปไกลเท่าไหร่ ยิ่งรู้สึกว่าโลกใบนี้มันกลมกว่าที่เราเคยคิด
เเตก่่อนกูเห็นพ่อกุรู้จักคนเดินถนนไปทั่ว โดยสานสัมพันธ์ผ่านบุคคลที่สาม เเล้วกูรู้สึกฉงนงงงวยมาก กูคิดในใจว่า บังเอิญเกินไปหน่อยมั้ย กูจะรู้สึกตื่นเต้นไปกะพ่อด้วยที่เจอคนรู้จักกลางถนน ... เเต่ตอนนี้กุเริ่มรู้สึกเเล้วว่า มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญเกินไปอย่างที่กุเคยคิด กูก็เจอบ่อยๆ ที่เพื่อนใหม่กะเพื่อนเก่ามารุ้จักกัน หรือกุไปเจอกะเพื่อนใหม่ของเพื่อนเก่า ยิ่งตอนนี้กุรุ้สึกว่ากุเริ่มรุ้จักกับคนทั่วประเทศ กุรุ้สึกตื่นเต้นกะการเจอคนจากทุกภาคของประเทศเช่นกัน
กูว่าคงเป้นเรื่องที่ไม่เเปลกที่กุจะเจอคนรุ้จักกลางถนนบ่อยเหมือนพ่อ (พ่อกุจบประมานสี่ห้ามหาลัย) ถ้าคิดเเบบเลขๆหน่อย ถ้าพ่อกุรุ้จักคนหนึ่งพันคน คนหนึ่งพันคนนั้นรุ้จักคนคนละอีกหนึ่งพันคน ถ้าเป็นอย่างงี้ซักสี่ห้าช่วงคนจะเป็นความสัมพันธ์ครอบคลุมในรูปของการยกกำลังจึงไม่เเปลกเลยที่มนุษย์บัญญัติคำว่า 'โลกกลม' ขึ้นมา มันเกิดการความสัมพันธ์ในรูปเเบบนี้จนครอบคลุมทั้งประเทศ หรือทั้งโลก ก็เเล้วเเต่
กูรู้สึกสนุกสนานกับการได้เรียนรู้ ''เรื่องปกติ'' ที่เเปลกใหม่สำหรับชีวิตของกุที่เพิ่งจะก้าวเดินสู่โลกใบที่ใหญ่กว่าโรงเรียนมัธยมในเมืองหลวง
ขอกูอ้างถึงพ่อกูนิดหนึ่ง พ่อกูเป็นพวกที่สนใจศาสตร์หลายด้านมาก พ่อกูหมั่นเพียรเรียนหนังสือลาปรินยามาก ไม่ว่าจะเป็น จิตวิทยา เทคนิคการเเพทย์ บริหาร เศรษฐศาสตร์ ปรัชญา กุไม่เข้าใจว่าพ่อกุเรียนอะไรเยอะเเยะ
ไม่ได้หมายความว่ากุจะเดินตามรอยพ่อเสียทีเดียว กูหลงใหลในวิทยาศาสตร์ ในขณะเดียวกันกูก็ชอบศาสตร์ทางศิลป์ที่สามารถระบายคลื่นสมองออกมาเป็นผลงานรูปธรรมได้ เเต่กุต้องการปรินยาหนึ่งใบพอ กูไม่อยากเหนื่อยจนเกินไป กุไม่คิดว่ามันเท่เท่าไหร่ถ้าต้องมีปรินยาหลายใบ
โตขึ้นกุอยากมีบ้านซักหลัง เป็นคอนกรีตเรียบๆเย็นๆ ไม่ต้องทาสี มีรูปภาพเหี้ยๆของกูตกเเต่งผนังเสียหน่อย
เนื่องจากท้อปปิกของบล้อกวันนี้ไม่ใช่เรื่องความฝันกุขอตัดจบตรงนี้เลยเเล้วกันนะบายสวัสดี
edit @ 23 May 2011 02:34:54 by The Panicblurr `
edit @ 23 May 2011 02:35:57 by The Panicblurr `
edit @ 23 May 2011 02:37:43 by The Panicblurr `